+10.40 
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
+ 48.80 


SET
1,090.28
+48.80
+4.69
f
DJ
12582.80
+168.50
+1.36
f
GOLD COMEX
1496.50
+13.90
+0.94
f
OIL
95
+0.06
+0.06
f
ภาวะตลาดเช้าวันนี้ ดัชนีฯ ปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ ขานรับข่าวสภากรีซอนุมัติแผนรัดเข็มขัด เพราะถือเป็น เงื่อนไขแรกที่จะนำไปสู่การได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ ส่งผลให้ดัชนีฯ ปิดที่ ระดับ 1,041.48 จุด เพิ่มขึ้น 8.22 จุด (+0.80%) มูลค่าการซื้อขาย 2.24 หมื่นล้านบาท
ภาวะตลาดวันนี้ SET มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ตอบรับปัจจัยบวกจากภายในและนอกประเทศ ทั้งความชัดเจนด้าน การเมืองในประเทศ หลังจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของกกต. (นับคะแนนแล้ว 98%) รายงานว่า พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 262 คน และคาดจะมีการจัดตั้งรัฐบาลร่วมราว 300 คน ซึ่งน่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รวมทั้งปัจจัยภายนอกประเทศที่คลี่คลายลงไปในทางที่ดีและเป็นสัญญาณเชิงบวกทั้งกรณีสภาของกรีซที่ผ่านการเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับเงินช่วยเหลือจาก EU และ IMF และดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯที่ฟื้นตัวขึ้นและดีกว่าคาดหมายของ Consensus (รวมทั้งฟื้นตัวเร็วกว่าที่ เราคาดไว้ราว 1 เดือน) ดังนั้น เราคาดดัชนีฯ วันนี้จะมีกรอบการเคลื่อนไหว 1040-1064 จุด เน้นไปที่หุ้นในกลุ่ม ธนาคารใหญ่ (BBL, SCB, KBANK และ KTB) รวมทั้งหุ้น Top picks ที่เราชอบคือ TISCO, PTTAR, KSL, ROBINS, MAJOR, SMT, CPF, GFPT, LPN, SGP และ VNT
of
พอร์ตผมที่ซื้อไว้เมื่อเช้านี้ 4/07/11
ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนตลาดเปิดไล่ซื้อโดยไม่สนใจราคาแค่ไล่ซื้อให้เร็วแล้วก้อได้จำนวนตามแผนที่วางไว้ แต่ก้อไม่ได้ซื้อทีเดียว เริ่มทะยอยซื้อสะสม แต่เปิดตลาดจัดหนักหน่อยเพราะมันใจว่าหุ้นขึ้นแน่นอนจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง และจากนักวิเคราะห์หลาย ๆ คน พรุ่งนี้จะอย่างไรต่อ ถ้าขึ้นอีกวัน คงจะสบายใจได้อย่างน้อยก้อขอให้ผ่านแนวต้านให้ได้ ถ้าผ่านแนวต้านได้ความเสี่ยงก้อจะน้อยลง ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่ามันจะขึ้นได้อีกกี่วัน แล้วจะบวกได้อีกกี่จุด ... ก้อต้องเฝ้าดูเฝ้าติดตามกันต่อไป ก้อรอดูคณะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ว่าจะออกมารูปไหน อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยคือนโยบายทางเศรษฐกิจของเพื่อไทยจะมีผลกระทบมากน้อยขนาดไหนกับเศรษฐกิจ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ ลดภาษี ฯลฯ
o
of
นักลงทุนซื้อขายสุทธิสถาบัน9,553.145,028.224,524.92บัญชีบล.6,787.945,171.751,616.20ต่างชาติ17,303.546,600.4110,703.13ในประเทศ29,465.7446,309.98-16,844.25มูลค่าการซื้อขายรวม63,110.36 ล้านบาท
พอร์ตผมที่ซื้อไว้เมื่อเช้านี้ 4/07/11
ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนตลาดเปิดไล่ซื้อโดยไม่สนใจราคาแค่ไล่ซื้อให้เร็วแล้วก้อได้จำนวนตามแผนที่วางไว้ แต่ก้อไม่ได้ซื้อทีเดียว เริ่มทะยอยซื้อสะสม แต่เปิดตลาดจัดหนักหน่อยเพราะมันใจว่าหุ้นขึ้นแน่นอนจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง และจากนักวิเคราะห์หลาย ๆ คน พรุ่งนี้จะอย่างไรต่อ ถ้าขึ้นอีกวัน คงจะสบายใจได้อย่างน้อยก้อขอให้ผ่านแนวต้านให้ได้ ถ้าผ่านแนวต้านได้ความเสี่ยงก้อจะน้อยลง ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่ามันจะขึ้นได้อีกกี่วัน แล้วจะบวกได้อีกกี่จุด ... ก้อต้องเฝ้าดูเฝ้าติดตามกันต่อไป ก้อรอดูคณะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ว่าจะออกมารูปไหน อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยคือนโยบายทางเศรษฐกิจของเพื่อไทยจะมีผลกระทบมากน้อยขนาดไหนกับเศรษฐกิจ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ ลดภาษี ฯลฯ
o
ปิดบวกแรงสุดนับตั้งแต่ 20 เม.ย. 2553 ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน
NIKKEI 9,965.09 +1.0%
ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน เนื่องจาก
1.หุ้นส่งออกได้ประเด็นบวกจาการเก็งกำไรต่อผลประกอบการหลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้ Toyota Motor Corp. +1.5%, Honda Motor Co +3.5%
2.หุ้นอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลัง Deutsche Bank ระบุว่าอาคารสำนักงานคุณภาพสูงจะได้ประเด็นบวกจากความกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหวทำให้การตั้งสำนักงานต้องการความแข็งแรงและป้องกันภัยพิบัติได้ ส่งผลให้ Mitsui Fudosan +4.2%, Mitsubishi Estate Co +2.6%, Smaller rival Sumitomo Realty & Development Co. +3.1%
1.หุ้นส่งออกได้ประเด็นบวกจาการเก็งกำไรต่อผลประกอบการหลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้ Toyota Motor Corp. +1.5%, Honda Motor Co +3.5%
2.หุ้นอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลัง Deutsche Bank ระบุว่าอาคารสำนักงานคุณภาพสูงจะได้ประเด็นบวกจากความกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหวทำให้การตั้งสำนักงานต้องการความแข็งแรงและป้องกันภัยพิบัติได้ ส่งผลให้ Mitsui Fudosan +4.2%, Mitsubishi Estate Co +2.6%, Smaller rival Sumitomo Realty & Development Co. +3.1%
HANG SENG 22,770.47 +1.7%
ปิดบวกแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจาก
1.นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังสภากรีซผ่านแผนปฏิรูปประเทศ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากอียู ทำให้ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ลดลง บวกต่อหุ้นส่งออกไปยุโรป และหุ้นสถาบันการเงิน HSBC Holdings Plc +1.6%, Esprit Holdings Ltd. +2.1%, Cosco Pacific +3.5%
2.ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นหนุนราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน Cnooc +1.9%, Jiangxi Copper Co +2.9%
3.BYD +10% หลังนักวิเคราะห์มองว่ายอดขายรถยนต์ในจีนจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H54
4.นอกจากนี้การรายงานตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกมาขึ้น
1.นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังสภากรีซผ่านแผนปฏิรูปประเทศ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากอียู ทำให้ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ลดลง บวกต่อหุ้นส่งออกไปยุโรป และหุ้นสถาบันการเงิน HSBC Holdings Plc +1.6%, Esprit Holdings Ltd. +2.1%, Cosco Pacific +3.5%
2.ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นหนุนราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน Cnooc +1.9%, Jiangxi Copper Co +2.9%
3.BYD +10% หลังนักวิเคราะห์มองว่ายอดขายรถยนต์ในจีนจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H54
4.นอกจากนี้การรายงานตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกมาขึ้น
SHANGHAI 2,812.82 +1.9%
ปิดบวกแรง เนื่องจาก
1.นักลงทุนคลายความกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางจีน หลังรายงานตัวเลขภาคการผลิตและนอกภาคการผลิตชะลอตัวลง
2.หุ้นขนาดเล็กถึงกลางเคลื่อนไหวโดดเด่นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังนักวิเคราะห์คาดว่าทางการจีนจะออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กโดยการสนับสนุนธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในกลุ่มนี้
3.หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลัง Xinhua News Agency ระบุว่ายอกขายรถยนต์จะกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้งในช่วง 2H54 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะทำให้ความต้องการใช้รถเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ SAIC +3.1%, Chongqing Changan Automobile +6.9%, FAW Car +9.1%, Tianjin FAW Xiali Automobile Co. +10%
1.นักลงทุนคลายความกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางจีน หลังรายงานตัวเลขภาคการผลิตและนอกภาคการผลิตชะลอตัวลง
2.หุ้นขนาดเล็กถึงกลางเคลื่อนไหวโดดเด่นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังนักวิเคราะห์คาดว่าทางการจีนจะออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กโดยการสนับสนุนธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในกลุ่มนี้
3.หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลัง Xinhua News Agency ระบุว่ายอกขายรถยนต์จะกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้งในช่วง 2H54 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะทำให้ความต้องการใช้รถเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ SAIC +3.1%, Chongqing Changan Automobile +6.9%, FAW Car +9.1%, Tianjin FAW Xiali Automobile Co. +10%
SET 1,090.28 +4.7%
ปิดบวกแรงสุดนับตั้งแต่ 20 เม.ย. 2553 ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน เนื่องจาก
1.นักลงทุนต่างชาติกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังจากลดน้ำหนักการลงทุนต่อเนื่องในเดือน มิ.ย. เมื่อประเด็นกดดันทางการเมืองผ่อนคลายและมีความชัดเจนมากขึ้น
2.หุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแรงโดดเด่น PTT +4.8%, PTTEP +4.4%, TOP +5.7%, PTTAR +5.3%, SCB +8.1%, KBANK +7.3%, KTB +7.5%, BAY +8.2%
3.หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกันจากการเก็งกำไรว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ LH +13%, AP +7.3%, PS +9.2%, AMATA +12.7%, HEMRAJ +5.7%
4.มีแรงเก็งกำไรต่อหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลชุดใหม่ทำให้ปรับตัวขึ้นได้แรง ได้แก่ SC +12.4%, WIN +20.6%, MLINK +25.4%, ITD +29.9%

1.นักลงทุนต่างชาติกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังจากลดน้ำหนักการลงทุนต่อเนื่องในเดือน มิ.ย. เมื่อประเด็นกดดันทางการเมืองผ่อนคลายและมีความชัดเจนมากขึ้น
2.หุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแรงโดดเด่น PTT +4.8%, PTTEP +4.4%, TOP +5.7%, PTTAR +5.3%, SCB +8.1%, KBANK +7.3%, KTB +7.5%, BAY +8.2%
3.หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกันจากการเก็งกำไรว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ LH +13%, AP +7.3%, PS +9.2%, AMATA +12.7%, HEMRAJ +5.7%
4.มีแรงเก็งกำไรต่อหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลชุดใหม่ทำให้ปรับตัวขึ้นได้แรง ได้แก่ SC +12.4%, WIN +20.6%, MLINK +25.4%, ITD +29.9%

สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
