วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

+ 48.80 

SET
1,090.28
+48.80
+4.69

f
DJ
12582.80
+168.50
+1.36

f
GOLD COMEX
1496.50
+13.90
+0.94

f
OIL
95
+0.06
+0.06


f         
           ภาวะตลาดเช้าวันนี้ ดัชนีฯ ปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ ขานรับข่าวสภากรีซอนุมัติแผนรัดเข็มขัด เพราะถือเป็น  เงื่อนไขแรกที่จะนำไปสู่การได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรปและไอเอ็มเอฟ ส่งผลให้ดัชนีฯ ปิดที่   ระดับ 1,041.48 จุด เพิ่มขึ้น 8.22 จุด (+0.80%) มูลค่าการซื้อขาย 2.24 หมื่นล้านบาท
           
           ภาวะตลาดวันนี้ SET มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ตอบรับปัจจัยบวกจากภายในและนอกประเทศ ทั้งความชัดเจนด้าน  การเมืองในประเทศ หลังจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของกกต. (นับคะแนนแล้ว 98%) รายงานว่า  พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 262 คน และคาดจะมีการจัดตั้งรัฐบาลร่วมราว 300 คน ซึ่งน่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รวมทั้งปัจจัยภายนอกประเทศที่คลี่คลายลงไปในทางที่ดีและเป็นสัญญาณเชิงบวกทั้งกรณีสภาของกรีซที่ผ่านการเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการรับเงินช่วยเหลือจาก EU และ IMF และดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯที่ฟื้นตัวขึ้นและดีกว่าคาดหมายของ Consensus (รวมทั้งฟื้นตัวเร็วกว่าที่ เราคาดไว้ราว 1 เดือน) ดังนั้น เราคาดดัชนีฯ วันนี้จะมีกรอบการเคลื่อนไหว 1040-1064 จุด เน้นไปที่หุ้นในกลุ่ม ธนาคารใหญ่ (BBL, SCB, KBANK และ KTB) รวมทั้งหุ้น Top picks ที่เราชอบคือ TISCO, PTTAR, KSL, ROBINS, MAJOR, SMT, CPF, GFPT, LPN, SGP และ VNT
of                          

นักลงทุน
ซื้อ
ขาย
สุทธิ
สถาบัน
9,553.14
5,028.22
4,524.92 
บัญชีบล.
6,787.94
5,171.75
1,616.20 
ต่างชาติ
17,303.54
6,600.41
10,703.13 
ในประเทศ
29,465.74
46,309.98
-16,844.25 
มูลค่าการซื้อขายรวม
63,110.36 ล้านบาท
         
           พอร์ตผมที่ซื้อไว้เมื่อเช้านี้  4/07/11                                                  
          
        ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนตลาดเปิดไล่ซื้อโดยไม่สนใจราคาแค่ไล่ซื้อให้เร็วแล้วก้อได้จำนวนตามแผนที่วางไว้ แต่ก้อไม่ได้ซื้อทีเดียว เริ่มทะยอยซื้อสะสม แต่เปิดตลาดจัดหนักหน่อยเพราะมันใจว่าหุ้นขึ้นแน่นอนจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง และจากนักวิเคราะห์หลาย ๆ คน พรุ่งนี้จะอย่างไรต่อ ถ้าขึ้นอีกวัน คงจะสบายใจได้อย่างน้อยก้อขอให้ผ่านแนวต้านให้ได้  ถ้าผ่านแนวต้านได้ความเสี่ยงก้อจะน้อยลง  ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่ามันจะขึ้นได้อีกกี่วัน แล้วจะบวกได้อีกกี่จุด ... ก้อต้องเฝ้าดูเฝ้าติดตามกันต่อไป ก้อรอดูคณะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1 ว่าจะออกมารูปไหน อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยคือนโยบายทางเศรษฐกิจของเพื่อไทยจะมีผลกระทบมากน้อยขนาดไหนกับเศรษฐกิจ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ ลดภาษี ฯลฯ
o



ปิดบวกแรงสุดนับตั้งแต่ 20 เม.ย. 2553 ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน


NIKKEI               9,965.09                +1.0%
ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน เนื่องจาก
1.หุ้นส่งออกได้ประเด็นบวกจาการเก็งกำไรต่อผลประกอบการหลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขภาคการผลิตเพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้ Toyota Motor Corp. +1.5%, Honda Motor Co +3.5%
2.หุ้นอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลัง Deutsche Bank ระบุว่าอาคารสำนักงานคุณภาพสูงจะได้ประเด็นบวกจากความกังวลต่อเหตุแผ่นดินไหวทำให้การตั้งสำนักงานต้องการความแข็งแรงและป้องกันภัยพิบัติได้ ส่งผลให้ Mitsui Fudosan +4.2%, Mitsubishi Estate Co +2.6%, Smaller rival Sumitomo Realty & Development Co. +3.1%


HANG SENG         22,770.47        +1.7%
ปิดบวกแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจาก
1.นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังสภากรีซผ่านแผนปฏิรูปประเทศ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากอียู ทำให้ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ลดลง บวกต่อหุ้นส่งออกไปยุโรป และหุ้นสถาบันการเงิน HSBC Holdings Plc +1.6%, Esprit Holdings Ltd. +2.1%, Cosco Pacific +3.5%
2.ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นหนุนราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน Cnooc +1.9%, Jiangxi Copper Co +2.9%
3.BYD +10% หลังนักวิเคราะห์มองว่ายอดขายรถยนต์ในจีนจะกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H54
4.นอกจากนี้การรายงานตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเหนือความคาดหมายของตลาด ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลกมาขึ้น


SHANGHAI             2,812.82               +1.9%
ปิดบวกแรง  เนื่องจาก
1.นักลงทุนคลายความกังวลต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางจีน หลังรายงานตัวเลขภาคการผลิตและนอกภาคการผลิตชะลอตัวลง
2.หุ้นขนาดเล็กถึงกลางเคลื่อนไหวโดดเด่นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังนักวิเคราะห์คาดว่าทางการจีนจะออกมาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กโดยการสนับสนุนธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในกลุ่มนี้
3.หุ้นกลุ่มยานยนต์ปรับตัวขึ้นโดดเด่นหลัง Xinhua News Agency ระบุว่ายอกขายรถยนต์จะกลับมาขยายตัวได้ดีอีกครั้งในช่วง 2H54 จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะทำให้ความต้องการใช้รถเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ SAIC +3.1%, Chongqing Changan Automobile +6.9%, FAW Car +9.1%, Tianjin FAW Xiali Automobile Co. +10%


SET     1,090.28        +4.7%
ปิดบวกแรงสุดนับตั้งแต่ 20 เม.ย. 2553 ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน เนื่องจาก
1.นักลงทุนต่างชาติกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง หลังจากลดน้ำหนักการลงทุนต่อเนื่องในเดือน มิ.ย. เมื่อประเด็นกดดันทางการเมืองผ่อนคลายและมีความชัดเจนมากขึ้น
2.หุ้นขนาดใหญ่อย่างกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแรงโดดเด่น PTT +4.8%, PTTEP +4.4%, TOP +5.7%, PTTAR +5.3%, SCB +8.1%, KBANK +7.3%, KTB +7.5%, BAY +8.2%
3.หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกันจากการเก็งกำไรว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ LH +13%, AP +7.3%, PS +9.2%, AMATA +12.7%, HEMRAJ +5.7%
4.มีแรงเก็งกำไรต่อหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ หรือมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลชุดใหม่ทำให้ปรับตัวขึ้นได้แรง ได้แก่ SC +12.4%, WIN +20.6%, MLINK +25.4%, ITD +29.9%